AI → ML → Gen AI
ChatGPT ไม่ใช่ AI ตัวแรก — AI อายุ 70 ปีแล้ว (1956)
ก่อนใช้ AI ให้เก่ง ต้องรู้ก่อนว่า AI, ML, Deep Learning และ Generative AI ต่างกันอย่างไร — และ ChatGPT "รู้" ข้อมูลมาจากไหน ทำไมถึงตอบมั่วได้
15.3%
AlexNet 2012 error
ตีคู่แข่งที่ 26.2% — พลิกวงการ DL
175B
GPT-3 parameters
จุดเริ่มต้น few-shot learning จากขนาด
100M
ผู้ใช้ใน 2 เดือน
ChatGPT — fastest-growing consumer app
Centerpiece — วงกลม 4 ชั้น
AI ⊃ ML ⊃ DL ⊃ Gen AI
ทุก Gen AI เป็น DL · ทุก DL เป็น ML · ทุก ML เป็น AI — แต่ไม่ใช่กลับกัน คลิกแต่ละวงเพื่อดูความหมาย
คลิกวงเพื่อดูนิยาม
Gen AI
Generative AI — DL ที่ 'สร้างเนื้อหาใหม่' ได้: ข้อความ ภาพ เพลง โค้ด วิดีโอ ผ่าน Transformer (LLM) หรือ Diffusion model
อุปมา
“จาก 'กรรมการตัดสิน' (แมวหรือหมา?) กลายเป็น 'ศิลปิน' ที่วาดแมวตัวใหม่ให้คุณได้”
Quiz — จัดตัวอย่างลงวง
ข้อ 1/8
คะแนน 0
🌡️
Thermostat ปรับอุณหภูมิอัตโนมัติ
สิ่งนี้อยู่ใน "วง" ไหน?
เส้นเวลา 70 ปีของ AI
1950 → 2026: จากความฝัน สู่ฤดูหนาว สู่ปัจจุบัน
AI ไม่ได้เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว — มีวัฏจักร 'ฮือฮา → ผิดหวัง → คัมแบ็ก' มาแล้ว 2 รอบ และครั้งนี้ต่างออกไปเพราะ data + GPU + Transformer
2022 · Gen AI era
ChatGPT — iPhone moment
30 พ.ย. 2022: ChatGPT เปิดตัว 1M ผู้ใช้ใน 5 วัน · 100M ใน 2 เดือน — fastest-growing consumer app ในประวัติศาสตร์ บวกกับ DALL-E 2, Midjourney, Stable Diffusion ปีเดียวกัน
คลิกจุดบนแถบ หรือรายการด้านซ้าย เพื่อดูรายละเอียด
กรรมการ vs ศิลปิน
Discriminative vs Generative — ต่างกันยังไง?
จำแนกบอกได้ว่า 'แมวหรือหมา' — Generative วาดแมวตัวใหม่ได้ ทั้งคู่คือ ML แต่คนละเป้าหมาย
⚖️
Discriminative
กรรมการตัดสินประกวด
บอกได้ว่า "นี่คือแมว" แต่ไม่สามารถวาดแมวตัวใหม่ได้
🎨
Generative
ศิลปินผู้สร้างสรรค์
วาดแมวตัวใหม่ได้ แต่อาจระบุไม่ได้ชัดเจนว่า "ใช่แมว"
| ประเด็น | Discriminative | Generative |
|---|---|---|
| คำถามที่ถาม | "อันนี้คืออะไร?" | "สร้างอันใหม่ให้หน่อย" |
| สิ่งที่เรียนรู้ | เส้นแบ่งระหว่างกลุ่ม P(label|input) | การแจกแจงข้อมูลทั้งหมด P(input) |
| ผลลัพธ์ | Label หรือ score | เนื้อหาใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน |
| ตัวอย่าง classic | Logistic regression, SVM, CNN classifier | VAE, GAN, Diffusion, LLM |
| ใช้ในชีวิตจริง | Spam filter, Face unlock, การวินิจฉัยโรค | ChatGPT, Midjourney, GitHub Copilot |
LLM ทำงานยังไง
LLM = เกมเติมคำระดับเทพ
Transformer เรียนรู้จากข้อมูลมหาศาลเพียงเพื่อทำงานเดียว: ทายว่า token ถัดไปคืออะไร — จากงานง่าย ๆ นี้ ความรู้ทั้งโลกถูกบีบอัดเข้าไป
ลองเล่น: LLM เลือก token ถัดไปอย่างไร
เมืองหลวงของประเทศไทยคือ
ขั้นตอน 1/4 — เลือก token ถัดไป:
LLM = เกมเติมคำระดับเทพ — ทำซ้ำหลายล้านล้านครั้งจนตอบได้ทุกเรื่อง

3 ขั้นตอนการฝึก LLM
ขั้น 1
Pretraining
เรียนรู้จาก token หลายล้านล้านชุดจากอินเทอร์เน็ต (self-supervised) บน GPU หลายพันตัว
ผลลัพธ์
Base model: เก่งเติมประโยค แต่ยังไม่ตอบคำถามได้ดี
ขั้น 2
SFT (Instruction Tuning)
ฝึกเพิ่มจากตัวอย่าง (คำถาม → คำตอบดี) ที่คนเขียนไว้อย่างระมัดระวัง
ผลลัพธ์
Assistant model: ตอบคำถาม ทำตามคำสั่งได้
ขั้น 3
RLHF
คนจัดอันดับคำตอบ → สร้าง reward model → ปรับโมเดลให้ตอบได้ถูกใจมากขึ้น (เปลี่ยน GPT-3 → ChatGPT)
ผลลัพธ์
Chat model: ตอบได้เป็นธรรมชาติ ลดเนื้อหาอันตราย
ทำไม AI ตอบมั่ว
Hallucination = ข้อสอบที่ เดามั่วแล้วไม่ติดลบ
LLM ไม่ได้โกหก — มันถูกฝึกมาให้ 'ตอบเสมอ' ไม่ใช่ 'ตอบถูก' ทำความเข้าใจต้นตอ แล้วคุณจะรู้ว่าต้องระวังอะไร
สถานการณ์: ข้อสอบ 10 ข้อ ไม่มีคะแนนติดลบ
นักเรียน 2 คน รู้คำตอบจริง 60% ของข้อสอบ — แต่ใช้กลยุทธ์ต่างกัน ใครได้คะแนนสูงกว่า?
กลยุทธ์ A — เดาทุกข้อ
ตอบทุกข้อ (ข้อไหนไม่รู้ก็เดา)
กลยุทธ์ B — ตอบเฉพาะที่มั่นใจ
เว้นข้อที่ไม่รู้ — ตอบเฉพาะ 6 ข้อ
3 เหตุผลหลักจากงานวิจัย OpenAI 2025
Pretraining ปรับแต่งความ 'ลื่นไหล' ไม่ใช่ 'ความจริง'
ฝึกให้โมเดลเขียนได้น่าอ่าน ไม่ได้ฝึกให้ตรวจสอบความถูกต้อง — ข้อเท็จจริงหายากแยกไม่ออกจาก noise
ไม่เคยได้รับรางวัลจากการ 'ไม่รู้'
โมเดลไม่เคยถูกฝึกให้พูดว่า 'ฉันไม่รู้' — bias ต่อการตอบเสมอ แม้ไม่มีข้อมูลก็ตาม
Benchmark ให้รางวัลการเดา
ข้อสอบที่ไม่มีการติดลบ — เดาทุกข้อได้เปรียบกว่าตอบเฉพาะข้อที่มั่นใจ (Kalai et al., arXiv:2509.04664)
ข้อสรุปที่ต้องจำ
LLM คือเครื่องผลิตความเป็นไปได้ — ไม่ใช่ฐานข้อมูล
- ⚠ตรวจสอบชื่อบุคคล, ตัวเลข, และแหล่งอ้างอิงเสมอ
- ⚠ใช้ RAG หรือ grounding (web search) เพื่อเพิ่มความแม่นยำ
- ⚠ยิ่งถามเรื่องที่หายาก/เฉพาะทาง โอกาส hallucinate ยิ่งสูง
โมเดลดังปี 2026
Model Landscape มิถุนายน 2026
Reasoning เป็นมาตรฐาน · Multimodal = table stakes · Open-weights ไล่ทัน frontier ในหลายงาน — best practice คือ model routing ไม่ใช่ยึดตัวเดียว
OpenAI
GPT-5.x
Overall intelligence-index leader — mainstream default ผ่าน ChatGPT มีฐานผู้ใช้ใหญ่ที่สุดในโลก
Anthropic
Claude (Opus 4.x / Sonnet)
นำหน้าด้าน agentic coding, tool use, long-horizon task และคุณภาพงานเขียน — ใช้กับ Claude Code
Google DeepMind
Gemini 3.x
Context 1M · multimodal video · ฝังใน Google Workspace — เหมาะกับงานที่ต้องอ่านเอกสารหนัก
Meta
Llama 4
Flagship open-weights — Scout อ้าง context 10M token · ใช้ฟรีได้ · ปรับแต่ง fine-tune ได้เอง
xAI
Grok 4
Coding benchmark แกร่ง · ข้อมูล real-time จาก X/Twitter · ฐานใน SuperGrok สำหรับ power users
DeepSeek
DeepSeek
Value champion — คุณภาพระดับ ~90% frontier ในราคาต่ำกว่า 10 เท่า · open-source · ช็อกตลาด ม.ค. 2025
Alibaba
Qwen 3.x
Top open-weights จากจีน · multilingual ชั้นนำ · ไทย-จีน-อังกฤษ ดี · ทั้งแบบ thinking และ non-thinking
🧠
Reasoning เป็น standard
o3, DeepSeek-R1, Gemini Thinking — ทุก frontier model มี reasoning mode แล้ว
📷
Multimodal = table stakes
รับ text + ภาพ + audio เป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ premium อีกต่อไป
🔓
Open-weights ไล่ทัน
Llama 4, DeepSeek, Qwen ใช้ฟรีหรือราคาต่ำกว่ามาก แต่คุณภาพใกล้เคียง frontier
สรุปบทที่ 1
4 สิ่งที่ต้องจำจากบทนี้
ก่อนไปบทที่ 2 เรื่อง Token — ให้ภาพนี้ติดอยู่ในหัว: AI เป็นร่มใหญ่, LLM เป็นเกมเติมคำ, hallucination มาจากการออกแบบระบบ
1
วงกลม 4 ชั้น AI ⊃ ML ⊃ DL ⊃ GenAI
ทุก GenAI เป็น DL แต่ไม่ใช่ทุก AI เป็น GenAI — ร่มใหญ่ ไม่เท่ากัน
2
Rules don't scale
AI Winter 2 ครั้งพิสูจน์แล้วว่าเขียนกฎด้วยมือไม่พอ — ต้องเรียนรู้จากข้อมูล
3
LLM = next-token prediction
เกมเติมคำระดับเทพ ทำซ้ำหลายล้านล้านครั้งจนเก่งทุกเรื่อง
4
Hallucination = ระบบไม่มีโทษ
LLM ผลิตความเป็นไปได้ ไม่ใช่ความจริง — ตรวจสอบชื่อ/ตัวเลข/แหล่งอ้างอิงเสมอ
3 ตัวเลขมหัศจรรย์ — จำให้ขึ้นใจ
15.3%
AlexNet top-5 error 2012
vs 26.2% คู่แข่ง — จุดพลิก DL
175B
GPT-3 parameters 2020
จุดเริ่มต้น few-shot learning จากขนาด
100M
ผู้ใช้ ChatGPT ใน 2 เดือน
fastest-growing consumer app ในประวัติศาสตร์
บทถัดไป
บทที่ 2 — Token: หน่วยนับ (และหน่วยเงิน) ของ AI
LLM นับ “token” ไม่ใช่ตัวอักษร — ทำไมภาษาไทยถึงใช้ token มากกว่าอังกฤษ? คำนวณค่าใช้จ่ายอย่างไร? และทำไม context window ถึงสำคัญ
